9 วิธีแห่งการรักษาความปลอดภัย ป้องกันโจรขโมยขึ้นบ้าน
1.ประตู ประตูควรจะมีความแน่นหนา ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานยากต่อการทำลาย ช่องว่างระหว่างบานประตูกับวงกบไม่ควรห่างกันเกิน 1/8 นิ้ว บานพับประตูจะต้องอยู่ภายในอาคาร เพื่อยากจากการถอดจากด้านนอก ประตูที่เป็นประตูเลื่อน ควรจะเอาไม้มาวางในล่องรางของประตูเวลาที่เราปิด เพื่อป้องกันการบุกรุกอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากประตูเลื่อนเป็นประตู ที่งัดแงะ ได้ง่ายที่สุด
2.หน้าต่าง หน้าต่างที่อยู่ชั้นล่าง ของตัวอาคาร ควรจะมีล็อคที่ดี เนื่องจาก เป็นทางที่ผู้บุกรุก จะเข้ามาได้ง่ายอีกทางหนึ่ง หากจำเป็นให้คำนึงถึง การติดลูกกรง แต่ต้องให้แน่ใจว่า จะสามารถถอดลูกกรงได้ หากมีเหตุอัคคีภัย หรือ เหตุฉุกเฉินอื่นๆ หน้าต่าง glass block จะให้ความปลอดภัยที่ดี สำหรับหน้าต่างในห้องใต้ดิน ล็อคของประตูควรจะอยู่ห่างจากหน้าต่างอย่างน้อย 40 นิ้ว เพื่อมิให้สามารถเอื้อมมา เปิดล็อคจากหน้าต่างได้
3.ล็อค ให้แน่ใจว่าประตูทุกบานที่เปิดออกไปข้างนอกมีล็อคที่ดี ประตูมุ่งลวดและประตูกันพายุ ประตูเฉลียงแม้ว่าจะอยู่ชั้น 2 ก็ควรจะมีล็อคอย่างหนาแน่น ควรปิดล็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เนื่องจาก 50% ของการบุกรุก เกิดจากการบุกรุกผ่านประตูที่ไม่ได้ล็อค
4.กุญแจ อย่าซ่อนกุญแจไว้ข้างนอก เช่น ใต้กระถางต้นไม้ ถ้าจำเป็น ควรฝากกุญแจไว้กับเพื่อนบ้าน ที่ไว้ใจได้จะดีกว่า อย่าให้กุญแจไว้กับช่าง หรือ คนที่มาส่งของ อย่าเขียนชื่อ ที่อยู่ไว้กับพวงกุญแจ หรือ กุญแจดอกไหนใช้กับห้องอะไร ถ้าท่านทำกุญแจหาย ผู้ที่เก็บได้อาจเป็นขโมย ก็จะรู้ว่าเป็นกุญแจของบ้านใด ถ้าท่านย้ายเข้าบ้านใหม่ หรือทำกุญแจหาย ควรเปลี่ยนกุญแจทั้งหมดทันที
5.สิ่งของที่อยู่นอกบ้าน สิ่งของที่วางอยู่ในสนามหญ้า เป็นเป้าหมายที่ง่ายสำหรับการขโมย การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การเก็บสิ่งของพวกนี้ไว้ในห้องเก็บของ หรือโรงรถที่ล็อคได้ ถ้าจำเป็นที่จะต้องวางสิ่งของไว้นอกบ้าน เช่น เครื่องตัดหญ้า หรือเตาบาร์บิคิว ควรจะหาอะไรคลุมให้มิดชิด ไม่ให้เป็นเป้าสายตา ประตูรั้วควรจะปิดด้วยล็อคอย่างดี
6.พุ่มไม้และไฟ เฉลียงและทางเข้าอื่นๆ ควรจะติดไฟให้สว่าง บ้านที่ติดไฟสว่าง จะปลอดภัยกว่าบ้านที่ปิดไฟมืด หรือไม่มีไฟ พุ่มไม่ที่ใหญ่โตเกินไป จะทำให้ขโมยมีที่ซุกซ่อน ควรจะตัดเล็มให้ขนาดพอสมควร พุ่มไม้ที่มีหนาม เช่น ตะบองเพชร จะช่วยป้องกันได้ถ้าปลูกไว้ข้างใต้หน้าต่าง ให้ใช้กรวดขนาดใหญ่ไว้ข้างใต้หน้าต่าง เพื่อให้เกิดเสียง เมื่อมีคนเหยียบเดิน ย่ำ
7.การใช้เทคโนโลยี ทำให้บ้านของท่านเหมือนมีคนอยู่ตลอดเวลา เวลาออกไปข้างนอกในตอนกลางคืน ให้เปิดไฟและวิทยุทิ้งไว้ อย่าเปิดไฟดวงเล็กตามทางเดิน หรือมุมห้อง เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ จะแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน หรี่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ให้ต่ำสุด ถ้าขโมยได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง แล้วไม่มีคนรับสาย เขาจะรู้ได้ทันทีว่าไม่มีคนอยู่บ้าน ถ้าท่านไม่อยู่บ้านในตอนกลางวัน หรือไปต่างจังหวัด ท่านควรจะใช้เครื่อง เปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อเปิด- ปิดไฟและวิทยุตามเวลาที่กำหนด
8.อย่าให้ความช่วยเหลือขโมย... ควรจะล็อคบันไดและเครื่องมือไว้ให้เรียบร้อย อย่าช่วยขโมยโดยวางเครื่องมือไว้ให้เขาใช้ ถ้าท่านได้ซื้อทีวี เครื่องเสียง หรืออุปกรณ์ใช้สอยอื่นๆมาใหม่ อย่าโยนกล่อง ทิ้งไว้ในถังขยะ หน้าบ้าน เพราะจะเป็นเหตุ จูงใจให้น่าเข้ามาขโมย ถ้าไม่อยู่บ้านนานๆ ควรให้เพื่อนบ้าน ที่ไว้ใจได้ช่วยเก็บจดหมาย หรือหนังสือพิมพ์ไว้ให้ อย่าทิ้งโน๊ตไว้ที่ประตู ว่าไม่อยู่บ้าน และอย่าฝากข้อความไว้ ในเครื่องรับโทรศัพท์ว่าจะไม่อยู่บ้าน หรือกำลังอยู่นอกบ้าน
9.ควรติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย หากคุณพอที่จะมีเงินอยู่บ้าง สิ่งที่สำคัญในปัจจุบันนี้เลยคืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เพราะหัวขโมยสมัยนี้มักจะมีวิธีการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นซึ่งทำให้คุณไม่สามารถจะรู้ได้ว่า ขโมย จะเข้ามาเมื่อไหร่ ระบบรักษาความปลอดภัยที่เห็นกันโดยทั่วไปก็จะเป็นชุด กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์/บันทึกสัญญาณ เพื่อทำหน้าที่เป็นตำรวจประจำบ้านของคุณ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552
กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับยาเสพติด
กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับยาเสพติด

กฎหมายน่ารู้เกี่ยวกับยาเสพติดเสพติด กฎหมายเกี่ยวกับผู้มีสิ่งเสพติดไว้ในครอบครอง กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งเสพติดมีอยู่หลายฉบับ แต่เนื่องจากบทลงโทษกำหนดไว้ สถานเบาซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ค้าสิ่งเสพติดไม่กลัวเกรง ต่อการกระทำผิดรวมทั้งมีหลายหน่วยงาน ในการดำเนินการ ทำให้เกิดความสับสนในทางปฏิบัติ รัฐจึงได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยร่างพระราชบัญญัต ิยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ขึ้น ดังนั้นพระราชบัญญัต ิยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จึงเป็นกฎหมายสำคัญในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสิ่งเสพติด กฎหมายเกี่ยวกับผู้มี สิ่งเสพติดไว้ในครอบครอง พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 กำหนดโทษไว้ ดังนี้ มีไว้ครอบครอง มีบางมาตราบัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายไว้ว่า "ในกรณีมีเฮโรอีนไว้ในครอบ ครอง ตั้งแต่ 20 กรัมขึ้นไป กฎหมายถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ทั้งนี้มิได้หมาย ความว่า ถ้ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองไม่ถึง 20 กรัม จะตั้งข้อหาว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายไม่ได้ ถ้ามีพยานหลักฐานอื่นที่แน่นอน ก็สามารถที่จะตั้งข้อหาได้" โทษสูงสุดถึง ประหารชีวิต โทษต่ำสุดจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง500,000 บาท ความผิดคดีสิ่งเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน โคเคน หรือฝิ่น มีโทษ สูงสุดถึง จำคุกตลอดชีวิต ความผิดเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เช่น กัญชา กระท่อม โทษสูงสุด คือ จำคุก 15 ปี และโทษปรับสูงสุด 150,000 บาท
กฎหมายเกี่ยวกับผู้เสพยาเสพติด ปัญหาเรื่องการเสพยาเสพติดแต่เดิมเป็นปัญหายุ่งยากมาก จะต้องนำสืบปราศจากข้อสงสัยว่า เสพอย่างไร ที่ไหน เมื่อไร จึงให้ความหมายไว้ว่า "เสพ" หมายถึง การรับ สิ่งเสพติดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งสามารถตรวจพบได้โดยหลัก วิทยาศาสตร์ การแพทย์ เช่นนี้จะช่วยเหลือได้มาก เมื่อจับผู้เสพได้โดยไม่มีของ กลางหรืออุปกรณ์ ในการเสพ ในการนี้แพทย์จะยืนยันได้ว่าเสพสิ่งเสพติด ชนิดนั้น ๆ สู่ร่างกายและเสพเมื่อไร แล้วศาลลง โทษได้" โทษเกี่ยวกับผู้เสพยาเสพติด ประเภท เฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน ต้องระวาง โทษจำ คุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท ผู้เสพกัญชา กระท่อม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
เกี่ยวกับศาลฎีกา
เกี่ยวกับศาลฎีกา
ศาลฎีกาเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุด มีเขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์และ ศาลอุทธรณ์ภาค ภายใต้เงื่อนไข ของกฎหมาย ว่าด้วยการฎีกา และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ที่อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยตรงต่อศาลฎีกา ไม่ต้องผ่านศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคตามกฎหมายเฉพาะ
ศาลฎีกาเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุด มีเขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์และ ศาลอุทธรณ์ภาค ภายใต้เงื่อนไข ของกฎหมาย ว่าด้วยการฎีกา และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ที่อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยตรงต่อศาลฎีกา ไม่ต้องผ่านศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคตามกฎหมายเฉพาะ
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552
ความรู้:กฎหมายเกี่ยวกับการตาย
-สิ่งที่จะต้องทำหลังจากการตาย
เมื่อมีการจบสิ้นชีวิต หรือมีการตายเกิดขึ้นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. ต้องแจ้งการตาย(ภายใน ๒๔ ชั่วโม)
๒. ต้องจัดการมรดกของผู้ตาย
-ผู้มีหน้าที่แจ้ง แบ่งออกเป็น ๒ กรณี ดังต่อไปนี้
๑. กรณีตายในบ้าน เจ้าบ้านหรือผู้พบเห็นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่แจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ตายหรือเวลาที่พบเห็นศพ
๒.กรณีตายนอกบ้าน บุคคลที่ไปรับหรือผู้พบศพหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ที่จะแจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามแต่สะดวกในโอกาสแรก ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ตายหรือเวลาที่พบศพ
-สถานที่แจ้งการตาย
๑. กรณีตายนอกเขตเทศบาล ให้แจ้งการตายที่สำนักงานทะเบียนตำบล ส่วนมากจะตั้งอยู่ที่บ้านกำนันหรือบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
๒. กรณีตายในเขตเทศบาล ให้แจ้งการตายที่สำนักงานท้องถิ่นเทศบาล ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล
๓. กรณีตายในกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งตายที่สำนักงานทะเบียนเขตท้องที่ ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเขต
๔. กรณีตายในต่างประเทศ ให้ผู้รู้เห็นการตายไปแจ้งการตาย ณ สถานกงสุลหรือสถานฑูตไทย ณ ประเทศนั้นๆ
-หลักฐานที่จะต้องแสดงในการแจ้งตาย
๑. หนังสือรับรองการตายหรือสาเหตุการตายของแพทย์ หรือพนักงานตรวจศพ หรือพนักงานสอบสวนกรณีตายโดยอุบัติเหตุ
๒. บัตรประจำตัว หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ของผู้แจ้งและของผู้ตาย
๓. สำเนาทะเบียน (กรณีคนในท้องที่ตายในท้องที่)
๔. จะต้องทราบว่า ศพของผู้ตายจะดำเนินการอย่างไร? (ฝัง เก็บ เผา ที่ไหน เมื่อไร)
๕. หนังสือรับรองการแจ้งการตายของกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน (กรณีตายในท้องถิ่นที่มีกำนันและผู้ใหญ่บ้าน)
-การแจ้งการตายเกินกำหนดเวลา
ผู้แจ้งการตายจะต้องไปยื่นคำร้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง และจะต้องทราบข้อมูลเช่นเดียวกับแจ้งการตายในกำหนดเวลา โดยจะต้องนำหลักฐานเช่นเดียวกับการแจ้งตายในกำหนดเวลาไปแสดง พร้อมทั้งต้องนำพยานบุคคลสอบสวนสาเหตุที่ไม่แจ้งภายในกำหนด คือ เจ้าบ้าน หรือผู้พบศพ และพยานผู้รู้เห็นอย่างน้อย ๒ คน
-หลักฐานการรับแจ้ง
เมื่อนายทะเบียนรับแจ้งการตายแล้ว จะออกใบมรณบัตรให้แก่ผู้แจ้งเก็บไว้เป็นหลักฐาน
-การจำหน่ายชื่อผู้ตาย
การจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านนั้น ต้องนำมรณบัตรตอนที่ ๒ ไปจำหน่ายชื่อผู้ตายตามภูมิลำเนาที่ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนบ้านนั้น
ที่มา:http://www.watsameinnaree.com/chapanasathan2.html
เมื่อมีการจบสิ้นชีวิต หรือมีการตายเกิดขึ้นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. ต้องแจ้งการตาย(ภายใน ๒๔ ชั่วโม)
๒. ต้องจัดการมรดกของผู้ตาย
-ผู้มีหน้าที่แจ้ง แบ่งออกเป็น ๒ กรณี ดังต่อไปนี้
๑. กรณีตายในบ้าน เจ้าบ้านหรือผู้พบเห็นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่แจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ตายหรือเวลาที่พบเห็นศพ
๒.กรณีตายนอกบ้าน บุคคลที่ไปรับหรือผู้พบศพหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ที่จะแจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามแต่สะดวกในโอกาสแรก ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ตายหรือเวลาที่พบศพ
-สถานที่แจ้งการตาย
๑. กรณีตายนอกเขตเทศบาล ให้แจ้งการตายที่สำนักงานทะเบียนตำบล ส่วนมากจะตั้งอยู่ที่บ้านกำนันหรือบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
๒. กรณีตายในเขตเทศบาล ให้แจ้งการตายที่สำนักงานท้องถิ่นเทศบาล ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล
๓. กรณีตายในกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งตายที่สำนักงานทะเบียนเขตท้องที่ ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเขต
๔. กรณีตายในต่างประเทศ ให้ผู้รู้เห็นการตายไปแจ้งการตาย ณ สถานกงสุลหรือสถานฑูตไทย ณ ประเทศนั้นๆ
-หลักฐานที่จะต้องแสดงในการแจ้งตาย
๑. หนังสือรับรองการตายหรือสาเหตุการตายของแพทย์ หรือพนักงานตรวจศพ หรือพนักงานสอบสวนกรณีตายโดยอุบัติเหตุ
๒. บัตรประจำตัว หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ของผู้แจ้งและของผู้ตาย
๓. สำเนาทะเบียน (กรณีคนในท้องที่ตายในท้องที่)
๔. จะต้องทราบว่า ศพของผู้ตายจะดำเนินการอย่างไร? (ฝัง เก็บ เผา ที่ไหน เมื่อไร)
๕. หนังสือรับรองการแจ้งการตายของกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน (กรณีตายในท้องถิ่นที่มีกำนันและผู้ใหญ่บ้าน)
-การแจ้งการตายเกินกำหนดเวลา
ผู้แจ้งการตายจะต้องไปยื่นคำร้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง และจะต้องทราบข้อมูลเช่นเดียวกับแจ้งการตายในกำหนดเวลา โดยจะต้องนำหลักฐานเช่นเดียวกับการแจ้งตายในกำหนดเวลาไปแสดง พร้อมทั้งต้องนำพยานบุคคลสอบสวนสาเหตุที่ไม่แจ้งภายในกำหนด คือ เจ้าบ้าน หรือผู้พบศพ และพยานผู้รู้เห็นอย่างน้อย ๒ คน
-หลักฐานการรับแจ้ง
เมื่อนายทะเบียนรับแจ้งการตายแล้ว จะออกใบมรณบัตรให้แก่ผู้แจ้งเก็บไว้เป็นหลักฐาน
-การจำหน่ายชื่อผู้ตาย
การจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านนั้น ต้องนำมรณบัตรตอนที่ ๒ ไปจำหน่ายชื่อผู้ตายตามภูมิลำเนาที่ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนบ้านนั้น
ที่มา:http://www.watsameinnaree.com/chapanasathan2.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)